ผ้าเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทรงท่อหรือทรงกระบอก (Tubular Sliding Sheet) คืออุปกรณ์ที่ช่วยลดแรงเสียดทานระหว่างร่างกายผู้ป่วยกับพื้นผิวเตียง (Reduce Friction Device) ทำให้การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยปลอดภัยขึ้นและผู้ดูแลใช้แรงน้อยลง
บทความนี้ขอแนะนำตัวอย่างการใช้ผ้าเคลื่อนย้ายผู้ป่วยร่วมกับอุปกรณ์ใกล้ตัว เช่น ผ้าขนหนู ผ้าปูเตียง แผ่นสไลด์บอร์ด (Slide Board) หรือผ้ายกตัวผู้ป่วยแบบมีหูหิ้ว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเคลื่อนย้ายให้เหมาะกับหลากหลายสถานการณ์ ลดการดึงที่ตัวผู้ป่วยโดยตรง และช่วยให้การเคลื่อนย้ายเป็นไปอย่างปลอดภัยและใช้แรงน้อยลง
ใช้ “ร่วมกัน” ดีกว่าใช้เดี่ยวอย่างไร?
แนวคิดสำคัญของการใช้งานคือ การใช้ผ้า 2 ชั้นร่วมกัน โดยมีผ้าเคลื่อนย้ายแบบท่อ (Tubular Sliding Sheet) อยู่ชั้นล่างสุด ทำหน้าที่ลดแรงเสียดทาน ขณะที่ผ้าชั้นบน เช่น ผ้าปูเตียง ผ้าขนหนู หรือผ้ายกตัวผู้ป่วยแบบมีหูหิ้ว จะทำหน้าที่เป็นจุดจับสำหรับผู้ดูแลในการดึง เลื่อน หรือควบคุมทิศทางการเคลื่อนย้าย
การใช้งานในลักษณะนี้ช่วยหลีกเลี่ยงการยกหรือดึงที่ตัวผู้ป่วยโดยตรง และเปลี่ยนวิธีการเคลื่อนย้ายจากการ “ยก” เป็นการ “เลื่อน” ซึ่งช่วยลดแรงที่ผู้ดูแลต้องใช้ และลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแล
ผ้าแต่ละชั้นมีหน้าที่แตกต่างกัน
ชั้นล่าง: ผ้าเคลื่อนย้ายแบบท่อ (Tubular Sliding Sheet)
ทำหน้าที่หลักในการลดแรงเสียดทานระหว่างร่างกายผู้ป่วยกับที่นอนหรือพื้นผิวรองรับ ช่วยให้การเลื่อนตัวเป็นไปอย่างลื่นไหลและผู้ดูแลใช้แรงน้อยลง
ชั้นบน: ผ้าขนหนู / ผ้าปูเตียง / ผ้ายกตัวผู้ป่วยแบบมีหูหิ้ว
เป็นส่วนที่ผู้ดูแลใช้จับในการเคลื่อนย้าย ทำหน้าที่เป็นจุดควบคุมการเคลื่อนย้าย ไม่ว่าจะเป็นการดึง การเลื่อน หรือการพยุงผู้ป่วย
หลักการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่างปลอดภัย
หลักการสำคัญคือ คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นอันดับแรก หลีกเลี่ยงการยกหรือดึงที่ตัวผู้ป่วยโดยตรง แต่ให้เคลื่อนย้ายผ่านผ้าชั้นบน และปล่อยให้ผ้าเคลื่อนย้ายแบบท่อทำหน้าที่ลดแรงเสียดทานแทน
แนวคิดการใช้ผ้าเคลื่อนย้ายผู้ป่วยร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งในโรงพยาบาล สถานดูแลผู้สูงอายุ และการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน ผู้ดูแลสามารถใช้อุปกรณ์ใกล้ตัว เช่น ผ้าขนหนูหรือผ้าปูเตียง ร่วมกับผ้าเคลื่อนย้ายอย่างถูกวิธี เพื่อช่วยลดแรง เพิ่มความปลอดภัย และทำให้การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องที่ง่ายและปลอดภัยมากขึ้น แนวทางนี้ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังช่วย ลดภาระทางกายภาพและความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บบริเวณหลัง เอว และไหล่ของผู้ดูแล ซึ่งมักเกิดจากการยกหรือดึงผู้ป่วยซ้ำ ๆ ในท่าที่ไม่เหมาะสม
การเปลี่ยนวิธีการเคลื่อนย้ายจากการ “ยก” เป็นการ “เลื่อน” ช่วยให้ผู้ดูแลใช้แรงน้อยลง และลดโอกาสเกิดอาการปวดหลังเรื้อรังหรือการบาดเจ็บจากการทำงานในระยะยาว